X以外のSNSでの投稿にはPrivatter+がおすすめです

Rival

全体公開 1 29242文字
2024-11-20 21:09:47

Paring : เรโอะอิซานางิ
Rate : PG มีกล่าวถึงเครื่องดื่มมึนเมาเล็กน้อย

Note : AU, OOC, เรโอะกับนางิเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ยจจังเป็นนักร้อง แนวสองหนุ่มหยุมกันเล็กน้อยค่ะ

เรโอะ นางิ 26 ปี, ยจจัง 24 ปี

Posted by @deffadil



Title : Rival

Paring : เรโอะอิซานางิ

Rate : PG มีกล่าวถึงเครื่องดื่มมึนเมาเล็กน้อย

Note : AU, OOC, เรโอะกับนางิเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ยจจังเป็นนักร้อง แนวสองหนุ่มหยุมกันเล็กน้อยค่ะ

เรโอะ นางิ 26 ปี, ยจจัง 24 ปี





.......





มิคาเงะ เรโอะ คุณชายผู้สืบทอดตระกูลมิคาเงะแหงนหน้ามอง Loft bar หรูในเครือโรงแรมตัวเองตาปริบๆ เหมือนงงตัวเองอยู่เล็กน้อยที่ต้องมาสถานที่แห่งนี้

ที่จริง...เขามาที่นี่เพราะถูกวานให้มา



ส่วนสาเหตุก็คือ...

นางิ เซย์ชิโร่



คนที่เป็นทั้งเพื่อนสนิท เพื่อนสมัยเด็ก เพื่อนบ้าน

อืมมม คนที่เคยคบกันด้วยละมั้ง



แต่นั่นล่ะ พวกเขาสองคนมีนิสัยที่แตกต่างกันคนละขั้ว แต่บางอย่างพวกเขาก็เหมือนกันเกินไป โดยเฉพาะนิสัยชอบเอาชนะ ทำให้คบกันไม่รอด

ความสัมพันธ์ของคนเป็นแฟนมันไม่เหมือนตอนที่เป็นเพื่อนกันเลยสักนิด ต่างคนต่างเผยด้านที่ไม่เคยเปิดเผย เอาแต่ใจหนักจนต่างฝ่ายต่างเหนื่อย เจอหน้ากันแล้วรู้สึกอยากชวนทะเลาะมากกว่าคุยกันดีๆ



แต่เพราะรู้ดีว่าพวกเราต่างเป็นคนสำคัญของกันและกัน

ถึงจะไม่ใช่ในฐานะคนรักหรือแฟนพวกเขาก็ไม่สามารถแยกจากกันได้



เรโอะกับนางิตัดสินใจเลิกกัน

แต่จบลงด้วยดีแหละ



อย่างน้อยก็ไปมาหาสู่ มองหน้ากันได้ กลับมาเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันเหมือนเดิม



ดังนั้นการที่คุณชายเซย์ชิโร่ของบ้านใกล้ๆ มีพฤติกรรมแปลกไปทำให้คุณนายและคนในบ้านช็อก ทำตัวไม่ถูก จนต้องมาวานเรโอะให้ช่วยมาดูให้หน่อย



พฤติกรรมแปลกๆ ที่ว่าก็คือการที่นางิไม่ติดเกม ไม่นอนขี้เซาอ้วนฉุ

แต่ลุกขึ้นมาทำงานพิเศษ!



ตอนเรโอะได้ยินเรื่องนี้เขาแทบสำลักชาต้าหงเผาชั้นดีที่ดื่มไปเลย เขาแสบคอจนน้ำตาแทบไหล



เรื่องเหลือเชื่อของปีนี้ก็คือ...

การที่ซามอยด์อย่างนางิรู้จักว่าอะไรคืองานพิเศษนี่แหละ!



นางิน่าจะสะกดเป็นแค่คำว่าเกมกับนอนสิ ทำไมถึงรู้จักคำว่าทำงานพิเศษได้ มีอะไรมาเคาะๆ สมองของหมอนั่นหรือยังไง หรือมีคนร่ายคำสาปใส่

เรโอะจึงต้องมาให้เห็นกับตา

แล้วประเด็นคือหมอนั่นไม่ได้ไปทำงานพิเศษที่ไหนไกลเลย...ดันมาทำงานในเครือโรงแรมของตระกูลมิคาเงะที่เรโอะเป็นเจ้าของ



อืมมม...นางิเป็นหุ้นส่วนด้วยนี่นะ

ช่างรู้จักใช้เส้นสายเสียเหลือเกิน



แล้วยิ่งมาเห็นเรโอะก็ยิ่งช็อกกับภาพตรงหน้า

ร่างสูงชะลูดใส่เชิ้ตขาวและเสื้อกั๊กสีดำกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ใบหน้าหล่อเหลาติดง่วงล้อแสงสลัวของผืนฟ้ายามราตรีและแสงไฟยิ่งเพิ่มเสน่ห์ที่อธิบายไม่ถูก มือใหญ่หมุนควงเชกเกอร์อย่างคล่องแคล่ว เขย่าอยู่อีกสองสามรอบจากนั้นก็รินเหล้าสีสวยใส่แก้วค็อกเทลทรงสูง



สีสวยแวววาวงดงามมาก

ดูแปลกตาสุดๆ ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าพรุ่งนี้หุ้นของตระกูลมิคาเงะจะตกเสียอีก



ภาพแบบนี้ควรค่าแก่การถ่ายวิดีโอทำสารคดีไว้เปิดดูสุดๆ ควรเปิดจอใหญ่ๆ หรือไม่ก็ซื้อโฆษณาที่ห้าแยกชิบูยาเปิดสักสิบวันไปเลย

เรโอะรู้จักกับนางิมาตั้งแต่เด็กๆ หมอนั่นเป็นอัจฉริยะในเกือบทุกด้าน ขอแค่หมอนี่สนใจจะเรียนรู้สักนิด ก็เรียนรู้ได้เร็วสุดๆ



แต่ปัญหาหลักสำคัญคือขี้เกียจนี่แหละ!



“วอดก้ามาร์ตินี” เรโอะนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ สั่งค็อกเทลจนบาร์เทนเดอร์รูปหล่อเอียงหน้ามอง

“เรโอะ” นางิทำตาปริบ ก่อนจะทำหน้านิ่ง ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย “มาทำไม?”

เรโอะยักไหล่ “โรงแรมผมครับคุณ นายเหอะ อารมณ์ไหนถึงมาเป็นบาร์เทนเดอร์ที่นี่ คนบ้านนายจะช็อกกันหมดล่ะ”

“ไปวานนายมาล่ะสิ” นางิจัดการหยิบเหล้าจิน เวอร์มุธ และวัตถุดิบอื่นๆ ออกมาเตรียมค็อกเทลให้คนตรงหน้า เขารินและตวงส่วนผสมอย่างคล่องแคล่ว



แม่ของเขาคงไปรบกวนเรโอะอีกนั่นล่ะ



ก็ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต บ้านอยู่ข้างกัน เรียนด้วยกัน สนิทกันยิ่งกว่าอะไร ช่วงระยะเวลาหนึ่งเคยคบกันสั้นๆ แต่พบว่าพวกเขาสองคนมีบางอย่างที่เหมือนกันเกินไป



ทั้งคู่จึงเลือกกลับมายังจุดเดิม

และยังคงความสัมพันธ์ที่ไปมาหาสู่ เป็นเพื่อนกันได้แบบนี้



เรโอะเลิกคิ้ว “ใครบ้างจะไม่ตกใจ นายบอกว่าทำงานพิเศษเลยนะ”

“อยากหาเงินใช้” นางิทำหน้ามึนตามประสา

เรโอะจิ๊ปาก “ข้อแก้ตัวห่วยแตกน่า”



หมอนี่เกิดมาบนกองเงินกองทองยังจะมาหาเงินใช้อะไรอีก ทำอย่างตระกูลนางิธรรมดานักนี่ คฤหาสน์หลังใหญ่อลังการแทบไม่แพ้บ้านเขาเลยด้วย



“ยุ่งยากจังเรโอะ”

“เออๆ ยุ่งยาก รีบชงครับ” เรโอะเอ่ยเร่ง เท้าคางมองมาดบาร์เทนเดอร์ของนางิ “ไม่เคยลองชิมฝีมือนายดูสักที ทำให้ดีๆ ล่ะ เดี๋ยวให้ทิป”

นางิมองคนที่ยักคิ้ว ยิ้มจนเห็นเขี้ยวให้เขา



เรโอะเป็นคนที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า สมบูรณ์แบบเหมือนเดินออกมาจากภาพวาด ทั้งรูปลักษณ์อันไร้ที่ติ นิสัยที่ได้รับการบ่มเพาะจากตระกูลผู้ดี



แต่บางครั้ง...



นางิก็รู้สึกว่าหมอนี่กวนประสาทมาก

กวนแบบสุภาพๆ น่ะนะ



“ทิปเยอะๆ สิ เช่นรถสักคัน” นางิกวนกลับเสียเลย

“เอาไปนายก็ไม่ขับน่า” เรโอะยักคิ้ว รับแก้วค็อกเทลมาหมุนดู เขายกมือถือขึ้นถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยเลยเอ้า



ซามอยด์ตัวฉุชงให้เลยนะ!

ภาพนี้ควรค่าแก่การเก็บเป็นอนุสรณ์ อัดใส่กรอบไว้แปะฝาบ้าน



“โอ้” แค่ดื่มคำแรกเข้าไปคุณชายเขาก็ทำตาโตทันทีกับรสชาติที่ได้ลิ้มลอง “ไม่น่าเชื่อ รสดีพอๆ กับตอนไปดื่มที่ลอนดอนเลยแฮะ”

นางิรินให้เรโอะอีกแก้ว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อยกนาฬิกาข้อมือเรือนสวยขึ้นมาดูเวลา



จริงๆ ไม่อยากให้เรโอะมาเลยแฮะ

อย่างที่บอกไว้...พวกเขามีบางอย่างคล้ายกัน



นางิไม่อยากให้เรโอะมาเจอใครบางคน

แต่ตอนนี้...ไม่ทันแล้ว



ช่างเถอะ...หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังไงหมอนี่ก็ต้องรู้ในสักวันอยู่ดี



สาเหตุที่ทำให้นางิขุดตัวเองมาทำงานพิเศษเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ Loft Bar แห่งนี้...

ก็เพราะว่า...



“สวัสดีครับ” พลันเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นมาบน Loft bar เป็นเสียงที่ก้องกังวานและไพเราะจนทำให้ดวงตาคมสีม่วงหันไปมองทางต้นเสียง

ตรงพื้นที่ด้านหน้าเหมือนจะมีการร้องดนตรีสด มีการเตรียมเวทีเอาไว้แล้วก็มีนักดนตรีกับนักร้องขึ้นไปเตรียมตัว

“ฉันเพิ่งรู้ว่าที่นี่มีอะไรแบบนี้ด้วย...” เรโอะจะหันไปมองนางิก็เห็นเพื่อนสนิทกำลังจับจ้องคนคนหนึ่งอยู่พอดี ไม่ได้สนใจคำถามของเขาสักนิด ดวงตาคมมองตาม



แวบแรกที่แลเห็นนั้นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นัก แต่ยามที่ร่างนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงก็ค่อยๆ เห็นได้ชัดขึ้น มองดูมือเรียวสวยนั้นปรับไมโครโฟน เทสอินเอียร์ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองผู้คน



เป็นชั่วขณะ

ที่มิคาเงะ เรโอะ รู้สึกว่า



รอบด้านเคลื่อนไหวช้าลง



“วันนี้พบกันอีกแล้วนะครับ” นักร้องนำตัวน้อยคลี่รอยยิ้มหวาน ปรับระดับไมค์เล็กน้อย “ช่วงนี้อากาศหนาวแล้ว ทุกคนอย่าลืมห่มผ้าหนาๆ นะครับ แล้วก็...ผมจะฝากเพลงห่มกอดพวกคุณ”



เสียงดนตรีค่อยๆ บรรเลงขึ้นด้วยท่วงทำนองช้าๆ และเสียงร้องที่แสนไพเราะก็เปล่งออกมาจากริมฝีปากแดงเรื่อนั่น



เสียงที่ราวมีเวทมนตร์

ดั่งคีย์ร้องที่พระเจ้าหลงรัก



“ฝากสายลมห่มฟ้า โอบกอดเธอในยามราตรี คืนนี้...ที่รัก เธอจงหลับฝันดี” คนร้องหลับตาพริ้ม ดำดิ่งไปกับเสียงดนตรีและท่วงทำนองที่เสกสรรขึ้นมา



เขานั่งอยู่บนนั้น

ลมยามค่ำบน loft bar สูง พัดเส้นผมสีน้ำเงินนั้นพลิ้วไหว



แสงเงาสาดส่องอาบไล้ใบหน้าขาว

และยามที่เขาลืมตาขึ้นมา



ดวงตาสีน้ำเงินสวยคู่นั้นแทบไม่ต่างอะไรกับผืนฟ้าที่พร่างแสงดาว

ริมฝีปากวาดรอยยิ้มหวานขยับเปล่งเสียงร้อง



ยกมือขึ้นมาโบกเบาๆ

อย่าว่าแต่เรโอะหรือนางิเลยทุกคนที่นั่งอยู่พร้อมใจกันโบกมือ โยกตัวไปตามจังหวะเสียงเพลง



ดนตรีมีเวทมนตร์

เสียงร้องคล้ายวาจาสิทธิ์



แต่คนร้อง

เปี่ยมมนตรายิ่งกว่า



แค่เพลงเดียว

ก็ทำให้ทุกคนตกอยู่ในภวังค์สะกด



.........





นักร้องตัวน้อยร้องไปห้าเพลงก็เก็บอุปกรณ์เลิกงาน ท่ามกลางความเสียใจของบรรดานักดื่มทั้งหลาย แต่ขาประจำของ Loft Bar รู้ดีว่านักร้องคนนี้จะร้องเพลงแค่ห้าเพลงเท่านั้น...เป็นห้าเพลงที่คุ้มค่า ทำให้พวกเขาถ่อมาถึงฟังเพลงถึงที่นี่ตลอด



และแน่นอนสำหรับเรโอะก็ด้วยที่รู้สึกเสียดาย



เขารีบหันขวับไปมองนางิ แต่เจ้าซามอยด์ตัวสูงนั่นไม่อยู่เสียแล้ว



หน็อย! ตอนนี้ล่ะเร็วนักนะ

ทำไมไม่กระดึ้บๆ กระดึ้บๆ เหมือนเมื่อก่อนล่ะหา



เรโอะนึกอย่างหมั่นไส้



ไม่ต้องเสียเวลาคิด ด้วยสมองของเรโอะเขาก็เดาออก

นางิรู้จักนักร้องคนนั้นแน่



สาเหตุที่มาทำงานพิเศษที่นี่ก็เพราะคนคนนั้นแน่นอน

คิดจะปิดฉันเหรอ



หึ!



คุณชายมิคาเงะถือสิทธิ์ที่ตัวเองเป็นเจ้าของโรงแรมให้ผู้จัดการพาเขาเข้าไปด้านในโซนพนักงานทันที



แล้วก็...เห็นฉากเด็ดเข้าพอดี

นางิคนนั้นที่มักจะถูกคนอื่นเอาใจ ถูกคนพากันตามใจ



ตอนนี้...เอาใจคนอื่นเป็นแล้ว!



“คุณ...นางิ” นักร้องตัวน้อยทำตาปริบๆ มองร่างสูงที่ขวางอยู่ด้านหน้า...ขวางเขาไว้จนมิดเลยด้วย

“ไม่เอา...ไม่เรียกแบบนี้” นางิทำปาก -x- ทำตาอ้อนจนคุณนักร้องตัวน้อยใจอ่อนยวบยาบ



อิซางิ โยอิจิ นักร้องประจำของ Loft bar แห่งนี้ เขามาร้องเพลงอาทิตย์ละสามวันและวันละห้าเพลงเท่านั้น

นางิบังเอิญเจอเข้าพอดีเพราะวันนั้นเขาเบื่อๆ แล้วที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลด้วย ถือโอกาสที่ตัวเองเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญมานั่งๆ กลิ้งๆ นอนเล่นอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์



แล้วก็...

ครั้งแรกที่เห็น ได้ฟังอีกฝ่ายร้องเพลง



หัวใจมันเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเคลียร์เกมยากๆ ได้



นางิไม่โง่จนไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เขาตกหลุมรักในครั้งแรกที่เห็น



เหมือนจุดที่นายอยู่มันสว่างไสวเป็นพิเศษ

ราวถูกร่ายไว้ด้วยมนตราบางอย่าง



และฉัน...อยากไปยืนข้างๆ นาย



นางิเลยใช้เส้นสายมาเป็นบาร์เทนเดอร์ที่นี่ เขาเคยฝึกบาร์เทนเดอร์ที่ฮาวายมาก่อน ทดสอบฝีมือแค่รอบเดียวก็ผ่านแล้ว และนางิเลือกจะมาเฉพาะวันที่อิซางิมาร้องเพลง



จากนั้น...เขาก็เดินมึนๆ ให้น้องเดินชน

คนตัวเล็กใจดีเหมือนที่คิดไว้ ถูกเขาชนเสียกระเด็นก็ยังเป็นห่วงมาถามไถ่เขาอีก จากนั้นนางิก็ตีเนียนทำความรู้จักแบบมึนๆ เสียเลย และสนิทสนมกันมาจนถึงตอนนี้



“พี่นางิ” อิซางิเปลี่ยนมาเรียกแบบที่นางิชอบ

“งื่อ อันนี้ชงไว้ให้” นางิส่งแก้วเก็บอุณหภูมิสีเทาให้อิซางิ มันเป็นแก้วที่เขาสั่งทำและให้คนแกะสลักชื่อเขาไว้ด้วย...ไว้สำหรับชงเครื่องดื่มให้อิซางิโดยเฉพาะเลย

อิซางิยิ้มแป้น รับแก้วนั้นมาถือไว้ “มิลค์เชคของพี่อร่อยที่สุดเลยครับ”

“ชอบก็กินเยอะๆ”



อิซางิตัวเล็กเกินไปแล้ว



นางิกำลังวางแผนจะขุนน้องอยู่เลย

“ไปนั่งนะ กินข้าวด้วย”

“พี่ยังไม่ทานข้าวเหรอครับ?” อิซางิเอียงหน้ามองด้วยความเป็นห่วง



รุ่นพี่คนนี้ดูมึนๆ แต่เวลาอยู่หน้าบาร์เท่มากๆ

แล้วก็น่าเอ็นดูมาก



พวกเขาเจอกันครั้งแรกอิซางิก็สังเกตเห็นอีกฝ่ายที่หน้าบาร์แล้ว ก็โดดเด่นเสียขนาดนั้นนี่นา พอเจอกันจริงๆ จังๆ เขาก็ถูกชนเสียกระเด็น แต่คนที่ชนเขากลับทำหน้าหงอยจนอิซางิต้องเป็นฝ่ายปลอบ คุยกันมาเรื่อยๆ จากนั้นก็สนิทสนมกันจนถึงตอนนี้แหละ

ทุกครั้งที่อิซางิมาร้องเพลงที่นี่จะทำข้าวกล่องมาสองกล่องเสมอ แลกกับมิลค์เชกที่รุ่นพี่หน้ามึนรูปหล่อจะชงให้เขาเป็นพิเศษ

นางิทำหน้ามึน พยักหน้าหงึกๆ เหมือนซามอยด์ที่กำลังกระดิกหูยิกๆ “ยัง หิวจัง”

“งั้น...ผมมีข้าวกล่อง วันนี้ทำเมนูที่พี่ชอบด้วย เราไปทานด้วยกันนะครับ”

“ฮื่อ!” นางิพยักหน้าหงึกหงัก ยื่นมือไปให้อิซางิจูงเสียเลย



เขาชอบให้อิซางิจูงมือเดิน

อีกนิดก็จะให้น้องแบกเดินอยู่แล้ว แต่เพราะอิซางิตัวเล็กมากนางิก็เลยว่าจะอุ้มอีกฝ่ายเดินเองดีกว่า



แต่ก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ยื่นมือมาจับมือเขาเหมือนทุกที...



หมับ!



“ผมขอไปด้วยคนสิครับ”



ก็มีเสียงทุ้มต่ำแทรกขึ้นมาเสียก่อน



แขนข้างหนึ่งคล้องคอนางิไว้ ดวงตาสีม่วงคมปรายตามองเขาแวบหนึ่ง เรโอะยักคิ้ว ก่อนจะคลี่รอยยิ้มสุภาพเป็นมิตรให้อิซางิ “สวัสดีครับ ผมเรโอะ เป็นเพื่อนของนางิน่ะ...เมื่อกี้ผมฟังคุณร้องเพลง ไพเราะมากๆ เลยครับ”

อิซางิหน้าแดงเมื่อถูกชม เขาทำตาปริบๆ จากนั้นก็ยิ้มกว้างให้ตามประสาคนอัธยาศัยดี “ขอบคุณครับ ดีใจที่คุณชอบ”

“ชอบมากเลยล่ะครับ เสียงของคุณเหมือนมีเวทมนตร์เลยล่ะ”

อิซางิยิ่งแก้มแดงหนักขึ้นกว่าเดิมเสียอีก



ทำไม...เพื่อนของพี่นางิคนนี้ถึงดูมีเสน่ห์มากเหมือนกันเลยนะ แล้วก็...ให้ความรู้สึกจริงใจมากด้วย



“หนัก ออกไปเลย” นางิเอาแขนเพื่อนออก ทำหน้ายุ่งแบบสุดๆ



เรโอะนะเรโอะ



ท่าทางแบบนั้น ยิ้มแบบนั้น สายตาแบบนั้น

ถูกใจอิซางิเหมือนกันแน่เลย!



พวกเขาสองคนมีความชอบบางอย่างเหมือนกันนี่!



“ผมก็หิวเหมือนกัน ขอไปทานข้าวด้วยกันได้ไหมครับ คุณ...”

“อิซางิครับ อิซางิ โยอิจิ”

“อ้อ...อิซางิคุง” เรโอะทวนชื่ออีกฝ่ายซ้ำๆ ในใจ

คุณชายรูปหล่อกะพริบตาราวออดอ้อน ปกติเขาก็มีวาทศิลป์ให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่แล้ว ยิ่งมาพูดอย่างนี้ยิ่งทำให้ใครต่อใครไม่อาจต้านทานได้เลย

“นะครับ”

คนใจดีที่ไม่เคยใจแข็งกับใครก็พยักหน้าหงึกหงัก “ยินดีครับ”



คนที่ไม่ยินดีเห็นแต่จะมีแค่นางินี่แหละ เขามองเพื่อนสนิทตาขวางเลยทีเดียว

เรื่องอะไรต้องปล่อยให้เรโอะมากินข้าวกล่องที่อิซางิทำมาเผื่อเขาด้วยล่ะ แต่ดูท่าทางแล้วเจ้าหมอนี่คงไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ แน่ ยัดเยียดตัวเองเข้ามากินข้าวกับพวกเขาสองคนด้วยแน่นอน



เห็นนางิทำตาขวาง เรโอะแค่ยักคิ้วพร้อมยิ้มท้าทายเสียด้วย



“เอ่อ...งั้น เดี๋ยวผมไปเตรียมข้าวกล่องไว้รอนะครับ” อิซางิเอ่ยขึ้นเมื่อสัมผัสบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างสองคนได้ คิดในใจว่าดีนะที่ทำข้าวกล่องมาเยอะพอจะแบ่งกินกันได้สามคน



ดวงตาสีน้ำเงินมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา

แน่ใจนะครับว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน



ทำไมตอนนี้เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆ เลยล่ะครับ!



“อิซางิ” เรโอะเอ่ยรั้งไว้เสียก่อน

“ครับ?”

คุณชายรูปหล่อยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ อีกรอบ “ผมชอบเพลงของเธอมาก แล้วเมื่อกี้ยังไม่ได้ทิปเลย”

เห็นบรรดานักดื่มมากมายให้ทิปกับนักร้องคนเก่ง แต่เขาตกอยู่ในภวังค์จนลืมให้ทิป ตอนนี้เจอหน้ากันแล้วก็อยากตอบแทนสำหรับเสียงอันแสนไพเราะนั่นสักหน่อย



อิซางิทำตาปริบๆ มองคนที่ดึงกระเป๋าเงินของตัวเองออกมา หยิบบัตรสีดำๆ ใบหนึ่ง

จากนั้นนำมาใส่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของอิซางิ



“ทิปครับ เดี๋ยวตามไปนะ”



ดวงตาสีน้ำเงินฉายแววงุนงงเดินไปด้านหลัง บัตรในนั้นถ้าหากเขาจำไม่ผิด...



แบล็กการ์ดไม่ใช่เหรอครับ!



ส่วนสองเพื่อนสนิทนั้น...



“คิดจะทำอะไร?” นางิเอ่ยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ น้ำเสียงก็ไม่ได้ง่วงงุนเหมือนเคย แต่เย็นจัดแฝงความเย็นชาและความเอาแต่ใจอีกด้วย

“คิดว่าไงล่ะ?” เรโอะยักคิ้วขึ้น จ้องตากลับอย่างไม่คิดหวั่นเหมือนกัน

“ฉันเจอก่อน”



เขาเจออิซางิก่อน



“ไม่เกี่ยวกับก่อนหลังครับเพื่อน”



เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าใครเจออิซางิก่อน

แต่อยู่ที่...ใครจะครอบครองหัวใจของคุณนักร้องตัวน้อยได้ก่อน



ดวงตาคมสองคู่สบกันอย่างไม่มีใครคิดจะยอมใคร ราวท้าทายกันเอง

เพราะรู้จักกันดียิ่งกว่าอะไร



จึงรู้ดีว่าครั้งนี้



ต่างคนต่างก็ตกหลุมรัก

ปรารถนาอยากครอบครอง



ตั้งแต่เด็กจนโตพวกเขาสองคนไม่เคยแย่งชิงอะไรกันจริงๆ จังสักที

แต่ครั้งนี้...



ไม่มีใครคิดยอมแพ้!



........





อากาศยามเช้าในสวนข้างทางที่เขียวชอุ่มนั้นสดชื่นมาก เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายยามเช้า อิซางิเดินช้าๆ หลังจากวิ่งเสร็จ เขาเหวี่ยงแขนไปมาคลายกล้ามเนื้อ



อิซางิชอบวิ่ง...เพื่อให้ปอดแข็งแรง

เพราะปอดสำคัญกับนักร้อง



นี่เป็นกิจวัตรประจำวันที่อิซางิทำประจำ เขาวิ่งแค่วันละหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กลับไปอาบน้ำทำอาหาร แล้วก็ทำงานอื่นๆ ไปด้วย

แต่ว่าวันนี้ดูเหมือนแผนของเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงเสียแล้วล่ะ



ปิ๊น ปิ๊น



โรสรอยส์แฟนท่อมสีม่วงคันหรูที่น่าจะสั่งทำสีพิเศษส่งเสียงบีบแตรเป็นสัญญาณ กระจกรถเลื่อนลงทำให้เห็นคนขับรูปหล่อ อีกฝ่ายกำลังส่งรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์มาให้

“อิซางิ”

ดวงตาสีน้ำเงินกะพริบปริบ “มะ...มิคาเงะซัง?”

“ขึ้นมาไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยชวน แย้มรอยยิ้มเป็นมิตร

อิซางิมองคนตรงหน้างงๆ เล็กน้อย พวกเขาเพิ่งเจอกันไม่นาน จากนั้นทุกครั้งที่อิซางิไปร้องเพลงที่ Loft Bar ก็ได้เจอกันตลอด คนคนนี้ให้บรรยากาศเป็นมิตรมาก รู้จักกันมาสองสามวันอิซางิก็สนิทใจได้ไม่ยาก

“เอ่อ...จะดีเหรอครับ?”



เขามีแต่เหงื่อ ส่วนเบาะรถคันหรูนี่ดูยังไงก็เป็นเบาะหนังสั่งทำพิเศษนะ



“ทำไมจะไม่ดีล่ะ อิซางิมากินมื้อเช้ากับฉันก็โอเคแล้ว”

“ครับ?”

“หิวมากเลยครับ” เรโอะยิ้ม หน้าตาเหมือนจะอ้อนจนอิซางิใจแข็งไม่ลง



เป็นคนที่ทำอะไรก็ดูดีไปหมดทุกอย่างเลยแฮะ



“ผมทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน อยากได้คนทานมื้อเช้าเป็นเพื่อนมากเลยล่ะ”



ฟังเขาพูดแบบนี้ ดูใต้ตาที่ค่อนข้างคล้ำของเขาแล้วอิซางิใจร้ายไม่ลงหรอก สุดท้ายก็เปิดประตูรถไปนั่งข้างคนขับจนได้ เห็นแบบนั้นเรโอะยิ้มกว้างทันที

ปลายนิ้วเคาะกับพวงมาลัยรถ ริมฝีปากยกยิ้มสมใจ ดวงตาคมแวววาววิบวับไปด้วยความเจ้าเล่ห์



เขาไม่ได้ ‘บังเอิญ’ ผ่านมา

แต่เขา ‘ตั้งใจ’ ต่างหาก



ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ใช้เงินและเส้นสายจัดการไม่ได้หรอก

ในเมื่อลงสนามแข่งกับนางิทั้งที เรโอะทุ่มสุดตัวอยู่แล้ว



เขาชอบอิซางิตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ จึงดั้นด้นสรรหาพาตัวเองมาอยู่ในสายตาอีกฝ่าย



วันนี้เขาไปที่ Loft Bar ไม่ได้ แต่นางิไปได้

ใครจะยอมให้เจ้าซามอยด์นั่นทำคะแนนนำล่ะ!



“มิคาเงะซังยังไม่ทานมื้อเช้าเหรอครับ?” อิซางิชวนคุย

“เธอเรียกฉันด้วยชื่อดีกว่าไหม หืม?”

“ครับ?”

“มิคาเงะน่ะยาวกว่านี่นา เรียกเรโอะสั้นๆ ไม่ดีกว่าเหรอ พวกเราก็สนิทสนมกันแล้วนี่”

อิซางิทำตาปริบๆ “ถ้าคุณรับแบล็กการ์ดใบนั้นกลับไปผมจะเรียกชื่อก็ได้นะครับ”



มีอย่างที่ไหนเจอกันครั้งแรกก็ทิปคนอื่นด้วยแบล็กการ์ดแล้ว

ทำเอาอิซางิช็อกไปเลย!



เรโอะเดาะลิ้น ชอบใจมากที่คนตัวเล็กมีลูกเล่นชั้นเชิงแบบนี้



ทำไงดีล่ะ ยิ่งได้คุยยิ่งถูกใจ

ยิ่งอยากครอบครองเป็นเจ้าของ



ต้องวางแผนขัดขานางิดีๆ เสียแล้วสิ



“ทำไงดีล่ะ ฉันอยากให้ทิปอิซางิแล้วก็อยากให้เธอเรียกชื่อด้วยนี่นา”

“เรียกชื่อดูสนิทกว่านะครับ” อิซางิต่อรอง เขาไม่อยากเก็บแบล็กการ์ดนั้นไว้กับตัวจริงๆ นะ

เรโอะหัวเราะจนเห็นเขี้ยว เขาเอามือลูบหัวอิซางิเบาๆ

“งั้น...ฉันรับบัตรคืนก็ได้”



แล้วค่อยหาทิปอื่นๆ มาให้นักร้องตัวน้อยในดวงใจของเขา



เพชรสวยๆ ที่เหมือนสีตาของอีกฝ่ายสักเส้นอะไรแบบนี้



........



อิซางิไม่คิดว่าการมาทานมื้อเช้าแสนธรรมดาๆ จะกลายมาเป็นการกินข้าวอยู่ในสวนหรูสไตล์อังกฤษแบบนี้เลยสักนิด เขาก้มมองสภาพตัวเอง...เป็นเสื้อยืดกับกางเกงสปอร์ตขาสั้นที่ไว้ใช้ออกกำลังกาย



อืม...ช่างไม่สมกับสถานที่ แต่เพราะเป็นสถานที่ส่วนตัวไม่ใช่ที่สาธารณะเขาเลยไม่ต้องเครียดเท่าไหร่

ใช่แล้ว...สวนแห่งนี้เป็นสวนส่วนตัวของเรโอะเขาล่ะ!



ยิ่งมองอาหารเช้าที่แสนหรูหราบนโต๊ะแล้วอิซางิยิ่งทำตาปริบๆ กว่าเดิม ได้แต่สงสัยในใจว่าทำไมส่วนมากเป็นของที่เขาชอบกินเสียด้วย



หรือว่าบังเอิญนะ?

บางทีพี่นางิอาจจะบอกเรโอะก็ได้



“ที่นี่คือ...” อิซางิเอ่ยถามร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างจิบชาอยู่ตรงข้าม เขาดูเหมือนราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ในนิทานอย่างไรอย่างนั้นเลย ไม่รู้ทำไมถึงเป็นคนที่ดูดีได้ขนาดนี้

“บ้านฉันเอง” เรโอะยักไหล่ ก่อนจะยิ้ม “ไม่ต้องเกร็งนะ ทำตัวตามสบายเลย”

“เอ่อ...” ถึงจะบอกว่าไม่ต้องเกร็งแต่อิซางิยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี เรโอะสังเกตเห็นท่าทางนั้นของคนตรงข้ามได้ เขายิ้มด้วยความเอ็นดู

“ถ้าเธอกังวลหรือรู้สึกไม่สบายตัว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้นะ โอเคไหม?”

“ครับ?” อิซางิทำตาปริบๆ แต่คิดว่าถ้าได้อาบน้ำมันก็ดี เพราะเขาเพิ่งจะวิ่งออกกำลังกายเสร็จ เหงื่อทั้งตัวถึงตอนนี้มันจะแห้งแล้วแต่ตัวเขาก็รู้ได้ว่าตัวเองเหม็นอะ “ผม...กลัวว่าอาหารพวกนี้จะเย็นชืดเสียก่อน รุ่นพี่อุตส่าห์เตรียมไว้ให้”



ยิ่งได้ฟังเรโอะก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูเด็กดี



“เดี๋ยวอุ่นใหม่ก็ได้ มาเถอะ...พี่พาเธอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่าครับ”

“แล้วเสื้อผ้าผม...”

“ใส่ของพี่ก่อนก็ได้ครับ” เรโอะปรับเปลี่ยนสรรพนาม



ได้ยินน้องเรียกนางิว่าพี่ เขากับหมอนั่นก็อายุเท่ากัน

อยากได้คำว่าพี่ด้วยเหมือนกันนี่ ฟังดูพิเศษกว่าการเรียกชื่อธรรมดา



เรโอะจูงมืออิซางิขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ ห้องที่กว้างที่สุดและอยู่ติดสวน สามารถมองเห็นวิวสวนกุหลาบสวยๆ ได้ชัดเจน



ห้องของเรโอะเอง



คุณชายเจ้าของห้องเปิดประตูออก ชี้บอกให้อิซางิไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำ ส่วนตัวเองก็ไปเตรียมเสื้อผ้าให้คนตัวเล็ก เป็นเสื้อผ้าที่เขาใส่ไม่ได้แล้ว เรโอะไม่อยากสร้างความลำบากใจให้อิซางิ เขาเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบาๆ พลางส่งเสียงบอก

“พี่ไปรอเราหน้าห้องนะครับ ตามสบายเลยนะ”

“ขอบคุณครับ” คนในห้องน้ำเอ่ยตอบกลับมา ในน้ำเสียงเจือความวางใจที่มากกว่าเดิม ทำให้เรโอะยกยิ้ม



อืมมม การทำแบบนี้ทำให้น้องไว้วางใจเขามากกว่านี้

ต้องเว้นระยะให้เป็นสิ



ใช้เวลาไม่นานอิซางิก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยและเดินออกมาจากห้อง...ถึงจะอึ้งอยู่นิดหน่อยกับสภาพห้องนอนและห้องอาบน้ำที่แสนหรูหรานั่นก็เถอะนะ

ดวงตาคมหันมามองร่างเล็กแวบหนึ่ง เรโอะนิ่งไปหลายวินาที จากนั้นก็เสยผมตัวเองไปด้านหลัง “พี่คิดว่านี่ตัวเล็กที่สุดแล้วเสียอีกครับ”



“อ่า...ขอโทษนะครับ” อิซางิเกาแก้มตัวเอง เพราะเชิ้ตที่เรโอะให้เขายืมใส่นั้นมันตัวใหญ่มากจนคลุมขา กางเกงขาสั้นของอีกฝ่ายกลายเป็นกางเกงขายาวสำหรับอิซางิไปเลย “ผม...”

“ไม่เป็นไรครับ น่ารักดี...ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปทานมื้อเช้ากันดีกว่าครับ พี่ว่าเราหิวแล้วแหละเนอะ” เรโอะแซวยิ้มๆ เพราะได้ยินเสียงท้องร้อง ส่วนอิซางิหน้าแดงไปตามระเบียบ ก้มหน้างุดๆ ปล่อยให้เรโอะจูงมือกลับไปที่สวนอีกรอบ

อาหารบนโต๊ะมีควันลอยขึ้นมา บ่งบอกให้รู้ว่าเพิ่งจะอุ่นมาหมาดๆ เรโอะเลื่อนเก้าอี้ให้อิซางินั่ง ส่วนตัวเองก็ไปนั่งฝั่งตรงข้าม จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มทานมื้อเช้ากัน



เรโอะคอยถามแบบเนียนๆ ไม่ให้อิซางิรู้ว่าเขาสืบความชอบของน้องมาหมดแล้ว บทสนทนาบนโต๊ะอาหารยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิม



“จริงสิ...พี่ขอช่วยอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”

“ได้สิครับ” อิซางิเคี้ยวจนแก้มป่องจนเรโอะเห็นแล้วก็อยากพาน้องมากินข้าวที่นี่ทุกวันเลย แค่ดูอีกฝ่ายกินข้าวเขาก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมากเลย

“เราน่ะ อย่าเพิ่งรับปากโดยที่ไม่ฟังเรื่องที่พี่ขอก่อนสิ”

“พี่คงไม่ขออะไรแปลกๆ หรอกใช่ไหมครับ?”

เรโอะยักคิ้ว “พี่เพิ่งสร้างสตูดิโอในบ้านนะ เลยอยากขอความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญสักหน่อยนะครับ?”

“สตูดิโอเหรอครับ?” อิซางิทำตาปริบๆ ส่วนเรโอะพยักหน้า

“ไม่ต้องรีบครับ ทานของหวานกันต่อเลย พอดีพี่อยากลงทุนในด้านธุรกิจที่เกี่ยวกับดนตรีและค่ายเพลงน่ะ”



อิซางิทำตาปริบๆ พอทานมื้อเช้าเสร็จก็ถูกเรโอะพาไปที่สตูดิโอที่อยู่ในสวนกุหลาบ



ตัวสตูดิโอเป็นสีขาวสลับโทนสีน้ำเงินสบายตา ยิ่งพอเข้าไปข้างในอิซางิยิ่งตาโต ตื่นเต้นไปเสียหมด เพราะภายในตกแต่งได้อย่างเรียบหรู...และที่สำคัญมีเครื่องดนตรีครบทุกชนิด!



เท่านั้นไม่พอยังมีห้องอัดเสียงที่อุปกรณ์ครบถ้วนอีกต่างหาก!

แล้วก็ยังเป็นห้องที่เก็บเสียงอย่างดีอีกด้วย!



สามารถมองออกไปผ่านกระจกหนาเห็นวิวสวนดอกกุหลาบกับลานน้ำพุได้ชัดตา สร้างแรงบันดาลใจดีๆ ในการทำเพลงได้แน่นอน

นอกจากอุปกรณ์ที่พร้อมแล้วก็ยังมีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งตู้เย็นที่บรรจุอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้ ตู้เก็บไวน์ มุมกาแฟ และมุมขนมก็มีพร้อมสรรพ



เรียกได้ว่าเป็นสตูดิโอในฝันของบรรดานักร้องหรือนักดนตรีทุกคนเลยก็ว่าได้!



“ที่นี่...สวยมากครับ” อิซางิตาเป็นประกาย เขาไปนั่งหน้าเปียโนแก้วหลังงาม แค่ดูก็รู้ว่ามันต้องสั่งทำพิเศษ

“ลองเล่นดูสิ” เรโอะเห็นท่าทางตื่นเต้นนั้นก็ยิ่งยิ้มกว้างเอ็นดู เขาพยักหน้าให้น้องลองเล่นดู

อิซางิพยักหน้าหงึกๆ มือไล้ไปตามแป้นคีย์เล็กน้อยเพื่อสร้างความคุ้นเคย ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกาย ขณะที่ในหัวปรากฏโน้ตเพลง ปลายนิ้วเรียวก็กดย้ำลงบนคีย์เปียโนอย่างรวดเร็วแล้ว

ร่างเล็กหลับตาพริ้มปล่อยตัวไปกับเสียงดนตรีที่เสกสรรขึ้นมาด้วยตัวเอง



จากนั้น...ริมฝีปากแดงเรื่อก็ค่อยๆ เผยอออก เปล่งเสียงร้องที่แสนไพเราะกังวานออกมา

เสียงร้องผสานไปกับเสียงดนตรี



ดั่งสร้างโลกที่ทำให้รอบด้านตกอยู่ในภวังค์



ดวงตาคมสีม่วงจับจ้องภาพนี้อย่างแสนจะหลงใหล เขาสามารถมองมันได้ทั้งวี่ทั้งวันโดยไม่เบื่อ



ค่อยคุ้มกับที่ทุ่มเงินจ้างช่างและอินทีเรียให้มาสร้างสตูดิโอนี้ให้เสร็จเร็วๆ



อิซางิ โยอิจิ

เธอเป็นเทวดาที่ตกสวรรค์มาหรือเปล่านะ



ทำไม...ถึงทำให้ฉันตกหลุมและหลงเสน่ห์ได้ขนาดนี้กันล่ะ





.......



นางิ เซย์ชิโร่ บาร์เทนเดอร์รูปหล่อของ Loft Bar แห่งโรงแรมหรูทำหน้าหงุดหงิดสุดๆ ขณะที่ดวงตาคมมองผู้จัดการโรงแรมฝั่งตรงข้ามที่กำลังเช็ดเหงื่อตัวเอง

“ขอปฏิเสธ”

“คะ...คือ...”

“สองนาที” อิซางิหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดหาปลายสาย ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงพูดตอบกลับมา เขากดเปิดสปีกเกอร์โฟนให้คู่สนทนาฟังไปด้วย “คุณป้า...ครับ ผมมีเรื่องรบกวน ครับ...เรื่องงานพิเศษของผมน่ะครับ ผมอยากกำหนดวันเวลาเอง...ได้ครับขอบคุณครับ”

ใช้เวลาครู่เดียวนางิก็กดวางสาย มองผู้จัดการที่มาคุยให้เขาเปลี่ยนเวลาทำงาน ซึ่งพอได้รับคำสั่งจากท่านประธานใหญ่ก็ไม่มีสิทธิ์เถียง



ปกติพวกผู้จัดการพวกนี้ก็ไม่กล้ายุ่งกับเขาที่เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญอยู่แล้ว แต่นี่คงเพราะมีคนให้ท้าย

และไม่ต้องไปคิดถึงใครที่ไหนไกลเลย



นายสินะเรโอะ

เปลี่ยนวันทำงานของฉันไม่ให้ตรงกับวันที่อิซางิมาร้องเพลง



เหอะ!



แล้วอย่าคิดว่าวันนี้เขาไม่รู้ว่าหมอนั่นพาน้องไปบ้านตัวเอง แต่เขาไปหาไม่ได้เพราะคุณพ่อชวนเล่นหมากรุกตั้งแต่เช้า เรโอะคงไปพูดอะไรกับพ่อเขาอีกแน่ๆ พ่อเลยมาชวนเขาแบบนั้น



นายชักเอาใหญ่แล้วสินะ



“ผมจะมาทำงานตรงกับวันที่อิซางิมาเท่านั้น...ฝากบอกเรโอะด้วยว่าถ้าไม่พอใจก็เชิญ” พูดจบร่างสูงก็เดินออกไปทันที ส่วนผู้จัดการวัยกลางคนถึงกับปาดเหงื่อเลยทีเดียว



คุณชายครับ!

พวกคุณจะตีกันก็อย่าลากผมมาเกี่ยวข้องด้วยสิครับ!



นางิเดินออกจาก Loft Bar ขึ้นรถคันหรูของตัวเอง มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ปกติจอดทิ้งไว้เฉยๆ แต่ถ้าวันไหนอากาศดีๆ และนางิไม่ขี้เกียจเขาก็ขับรถเล่นเหมือนกัน

ร่างสูงสวมหมวกกันน็อก บิดคันเร่งไปบนถนน ตอนแรกนางิคิดจะกลับบ้าน แต่คิดไปคิดมาเขาก็เปลี่ยนเส้นทางไปอีกเส้นใกล้ๆ



หมายถึงใกล้บ้านของอิซางิน่ะนะ



ตั้งแต่เจอกันและรู้ว่าตัวเองตกหลุมรักอีกฝ่าย นางิก็ใช้เส้นสายและเม็ดเงินในการสืบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับอิซางิมาหมดแล้ว เพียงแต่เขาไม่ไปเสนอหน้าแค่นั้นเอง



แต่ดูเหมือนตอนนี้ต้องพาตัวเองไปเจอแล้วล่ะ

แค่สามวันต่อสัปดาห์มันไม่พอ



นางิจอดรถไว้หน้าซูเปอร์มาร์เกต จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านใน เขาเดินมึนๆ เลือกโน่นเลือกนี่ พอดวงตาคมสังเกตเห็นร่างเล็กที่คุ้นตา รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาแวบหนึ่ง



บิงโก



ปึก



“ขอโทษ...อิซางิ?”

“อะ...พี่นางิ?” อิซางิทำตาปริบๆ มองคนที่ชนกับเขา จากนั้นก็เบิกตาโตแล้วเปลี่ยนเป็นหัวเราะออกมา เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเดจาวูชัดๆ เลย

“พวกเราเดินชนกับบ่อยจังนะครับ”

“อื้อ...มาขับรถเล่น บังเอิญเจอนายพอดี ดีจัง หิวจัง” นางิทำตัวเป็นซามอยด์ที่แสนจะน่าสงสาร เขายื่นหัวไปให้อิซางิลูบเสียด้วย

มือเรียวลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู “ถ้าอย่างนั้น...รุ่นพี่มากินข้าวที่บ้านผมดีไหมครับ? ผมกำลังซื้อของไปทำมื้อเที่ยงพอดีเลย”

นางิตาเป็นประกายทันที รีบพยักหน้าหงึกๆ “อื้อๆ แต่ว่า...ไม่รบกวนนะ”

“ไม่รบกวนหรอกครับ พี่มีอะไรอยากกินเป็นพิเศษไหมครับ”

“ไม่” นางิส่ายหน้า “อยากกินที่อิซางิทำให้”

อิซางิหัวเราะ “ถ้าผมทำไม่อร่อยพี่อย่าโกรธกันนะครับ”

“ไม่โกรธๆ ช่วยเลือกนะ” นางิทำตาปริบ จากนั้นก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเข็นรถเข็นให้อิซางิหยิบโน่นหยิบนี่ใส่ แล้วยังเป็นฝ่ายแย่งจ่ายเงินเองโดยใช้ข้ออ้างที่ตัวเองมาเป็นฝ่ายกินข้าวบ้านอิซางิ

เมื่อเลือกวัตถุดิบกันเสร็จ นางิเป็นคนจ่ายเงิน อิซางิก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์ของอีกฝ่ายกลับบ้าน พร้อมทำอาหารโดยที่มีนางิเป็นลูกมือ



คนตัวสูงดูเงอะๆ ทำอะไรไม่ค่อยเป็นแต่มีใจอยากช่วยสุดๆ

อิซางิเลยให้อีกฝ่ายช่วยล้างผัก แล้วก็ช่วยนั่งเฉยๆ เสียเลย



นางินั่งบนเก้าอี้ทรงสูงใกล้เคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมมองร่างเล็กที่สวมผ้ากันเปื้อน มัดจุดเล็กๆ ด้านหน้า และกำลังทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว



มองแบบนี้แล้วรู้สึกว่าน้องดูดีไม่ต่างอะไรกับตอนร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเลย

แล้วยังเป็นบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายอบอุ่นมาก



ถ้าเสนอหน้ามาขอกินข้าวที่นี่ทุกวันจะดีไหมนะ อิซางิจะโอเคไหม

หรือไม่...ให้น้องมาอยู่กับเขาเลยดีกว่า



“พี่นางิ...ชิมหน่อยครับ รสชาติถูกปากไหม?” อิซางิใช้ช้อนยาวตักซุปมาแล้วเป่าเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นไปจ่อปากของนางิที่นั่งอยู่ไม่ไกล อีกฝ่ายอ้าปากออกเหมือนเป็นซามอยด์ว่าง่ายสุดๆ

“อร่อยจัง”

อิซางิย่นจมูก “อร่อยจริงใช่ไหมครับ ไม่ใช่ชมเพราะเอาใจผมหรอกนะ”

“อร่อยจริง มั่นใจในตัวเองหน่อย” นางิชูกำปั้นขึ้นเหมือนให้กำลังใจ น่าเอ็นดูเสียจนอิซางิอยากป้อนอาหารให้ต่อหรือยื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่าย

“ถ้าอร่อยพี่ต้องทานให้เยอะๆ นะครับ มื้อนี้ผมน่ะทำเต็มที่เลยนะ”

“อื้อๆ จะทานให้เยอะๆ เลย”

อิซางิยิ้มกว้าง หมุนตัวกลับไปทำอาหารอย่างอารมณ์ดี พลางฮัมเพลงในลำคอไปด้วย

“อิซางิ”

“ครับ...”

“ขอบใจนะ”

รอยยิ้มหวานทั้งปากทั้งตาส่งมอบมาให้ ติดตรึงสายตาและทำให้คนขี้เซาอย่างนางิยิ้มตอบ

“ยินดีครับ”



........



นางิใช้เวลาอยู่ที่บ้านของอิซางิจนเกือบค่ำ เขาตัดสินใจทำตัวเป็นซามอยด์ถูกทิ้งให้น้องเลี้ยง ออเซาะและว่าง่ายไม่ดื้อไม่ซน อิซางิบอกอะไรก็ทำตามทุกอย่าง



อ้อ...แล้วก็ยังใจดีส่งภาพอาหารที่อิซางิทำไปให้เพื่อนสนิทดูด้วย

ไม่ได้จะอวดหรอกนะ แค่แชร์ๆ เรื่องราวกันน่ะ



เรโอะดูจะใส่ใจและเป็นห่วงเขามากนี่



“เสียดาย”

“เสียดายอะไรครับ?” อิซางิถามร่างสูงที่กำลังจะสวมหมวกกันน็อกขับรถกลับบ้าน เขาส่งถุงขนมให้นางิแล้วยังฝากไปให้เรโอะอีกด้วย

“เสียดายที่ฝนไม่ตก ฉันอยากให้อิซางิชวนค้างที่บ้านจัง”

คนฟังแก้มร้อนวูบ ยื่นมือไปหยิกแก้มนางิหนึ่งที “ไม่ต้องเลยครับ ขับรถกลับดีๆ นะครับ...ถึงแล้วก็อย่าลืมโทรบอกผมด้วยนะ หรือพี่ส่งข้อความมาก็ได้ครับ”

“อื้อๆ” นางิพยักหน้า ยื่นหัวไปให้อิซางิลูบ



แล้วก็...



“อะ”

“ราตรีสวัสดิ์นะ...อิซางิ”

ดวงตาสีน้ำเงินสวยมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งขับรถออกไป มือลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ สัมผัสอบอุ่นของริมฝีปากที่ตราประทับลงบนหน้าผากนั้น...



อุ่นวาบไปทั้งร่างเลย



หัวใจเต้นแรง



“โอ๊ยยย แล้วดันไปใจเต้นแรงกับคนสองคนด้วยเนี่ยนะโยอิจิ” อิซางิกุมขมับตัวเอง เดินเข้าบ้านไปซุกหน้านอนพร้อมแก้มที่ร้อนวูบๆ นั่นล่ะ



.....



นางิกลับมาถึงบ้านตอนค่ำๆ เขาปลดกระดุมเสื้อพลางเดินเข้าไปในส่วนของคฤหาสน์หลังเล็กของตัวเองที่สร้างแยกออกมา เพราะนางิไม่ชอบความวุ่นวาย



แต่วันนี้เข้ามาก็เห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่ก่อนแล้ว



ดวงตาคมปรายมองไวน์บนโต๊ะที่อีกฝ่ายถือวิสาสะหยิบมาเปิดดื่ม



เลือกขวดที่แพงเป็นอันดับต้นๆ ในตู้เก็บไวน์ของเขาเสียด้วย

ช่างเถอะ เพราะตอนที่นางิไปบ้านเรโอะ เขาก็เลือกขวดที่แพงๆ มาดื่มเหมือนกัน



“ไง...กลับมาแล้วหรือพ่อบาร์เทนเดอร์”

“วันนี้ไม่ได้ทำงาน” นางิหยิบแก้วทรงสูงมาสองใบ หยิบอุปกรณ์สำหรับชงค็อกเทลมาด้วย หยิบเหล้าหลายชนิดออกมาเรียงรายพร้อมเชกเกอร์ จากนั้นก็รินส่วนผสมลงไปแล้วเตรียมค็อกเทลสองแก้วอย่างคล่องแคล่ว เขย่าอยู่ได้ไม่กี่นาทีนางิก็รินเครื่องดื่มสีสวยใส่แก้ว ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ก่อนจะถือมาให้เรโอะด้วยแก้วหนึ่ง

“สีน้ำเงินสวยดี...สวยเหมือนสีตาของอิซางิเลย”

“ได้แรงบันดาลใจมาจากน้อง”

“อ้อ ก็เลยส่งภาพมาอวดกันงั้นสิ?” เรโอะเดาะลิ้น จิบค็อกเทลรสเลิศนั้นช้าๆ ต้องยอมรับว่านางินี่เป็นบาร์เทนเดอร์ฝีมือดีจริงๆ

“แค่ตอบแทนน่ะ”



ตอนอิซางิเล่นเปียโนอยู่ในสตูดิโอที่บ้านเรโอะ เจ้าหมอนี่ก็ส่งคลิปมาให้เขาดูอย่างปรารถนาดีด้วยนี่



“น้องทำอาหารอร่อยนะ”

“คือนายจะอวดฉัน?”

“ใช่”



เรโอะชักหมั่นไส้เจ้าซามอยด์ตรงหน้า พอสลัดคราบหมาทิชชูนั้นออกไปแล้วเป็นหมาป่าที่น่าโมโหไม่น้อยเลย



“เหอะ ฉันต้องขอบคุณนายนะที่ทำให้สองสามวันนี้ฉันยุ่งกว่าเดิม”



ปกติคุณแม่ของเขาไม่เคยมาวุ่นวายกับเขาเท่าไหร่นัก แต่ช่วงนี้แม่ดันนัดให้เขาดูตัวหลายรอบมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครบางคนไปกระซิบบอกมาแน่ๆ



“นายดูว่าง”

“นายก็ดูว่างนี่”



สองเพื่อนสนิทส่งสายตาฟาดฟันกันอีกรอบ ก่อนทั้งคู่จะถอนหายใจและยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่ม เรโอะเสยผมไปด้านหลัง ส่วนนางิยีหัวตัวเองจนยุ่ง จากนั้นพวกเขาสองคนก็พูดพร้อมกัน

“นาย...”



ดวงตาคมสองคู่เหลือบมองหน้ากันแวบหนึ่ง



“เลิกตีกันเองไหม หรือยังไง?”

“ได้”



ทั้งคู่ตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ



เพราะพวกเขารู้จักกันดีเกินไป และครอบครัวก็สนิทกันมากเกินไปด้วย ทำให้การที่ต้องมาแข่งหรือวางแผนเล่นงานขัดขวางกันเองมันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดมากเป็นพิเศษ



และขืนเป็นแบบนี้ ระดับการตอบโต้มันอาจจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ท้ายที่สุดคนที่เสียเปรียบก็จะเป็นพวกเขาสองคนเองนี่แหละ



แล้ว...



อิซางิมีค่ามากกว่าที่พวกเขาจะต้องมาแตกหักกัน

ดังนั้นแล้ว...มีเพียงวิธีเดียว



ร่วมมือกันน่าจะดีกว่า!



“นายส่งมาแค่ภาพแต่ฉันส่งไปเป็นคลิปนะ”

“ไม่มีน้องมาทำอาหารให้กินก็น่าเห็นใจนะ”



ทั้งคู่ยังไม่เลิกที่จะแขวะกันไปมา มองหน้าสบตากันแวบหนึ่ง



ร่วมมือก็ส่วนร่วมมือ

ตีกันก็ส่วนตีกันสิ!



.....



อิซางิเพิ่งร้องเพลงครบห้าเพลงก็มานั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ทันที บาร์เทนเดอร์รูปหล่อส่งค็อกเทลสีสวยมาให้เขากับชายหนุ่มอีกคนที่ปรบมือแปะๆ ชื่นชมอิซางิ พร้อมทั้งส่งช่อดอกไม้มาให้เขาด้วย

อิซางิส่ายหน้า กล่าวคำขอบคุณแล้วรับมันไว้ทันที



ระดับพี่เรโอะแล้ว...ไม่เคยให้แค่ช่อดอกไม้

แล้วก็นั่นไง...มีกล่องกำมะหยี่สีสวยซุกไว้จริงๆ ด้วย



“พี่เรโอะ”

“กำไลน่ะครับ เพชรมันเข้ากับสีตาเรา...ใส่ให้พี่ดูหน่อยนะ ข้อมือสวยๆ ควรมีเครื่องประดับดีๆ ประดับไว้สิ” เรโอะกะพริบตาทำเสียงออดอ้อน

“พี่ใช้มุกนี้มาตลอดเลย”



ทุกครั้งที่อิซางิมาร้องเพลงที่นี่ ผู้ชายคนนี้ก็ใช้มุกนี้ตลอด!



“หมอนี่เจ้าชู้ น้องระวังไว้” นางิว่ามึนๆ หยิบกล่องที่ผูกโบเรียบๆ ออกมาให้อิซางิด้วย



คนตาสวยทำตาปริบๆ เชิดปากขึ้นเล็กน้อย พวงแก้มแดงเรื่อ



“พี่น่ะชอบว่าพี่เรโอะ ตัวเองก็เจ้าชู้เหมือนกัน”

อิซางิย่นจมูก



ผู้ชายสองคนนี้น่ะจีบกันเก่งมากเลย!

เขาไม่หวั่นไหวก็ตายด้านเต็มทีแล้ว!



“ผม...ผมกำลังแต่งเพลงให้พวกพี่ครับ” อิซางิเอ่ยเบาๆ ตั้งใจเอาคืนให้สองหนุ่มเขินเสียบ้าง และแน่นอนว่าทั้งสองชะงักไปแวบหนึ่ง ปลายหูแดงเรื่อกันทั้งคู่ด้วย

คุณนักร้องตัวน้อยยิ่งยิ้มหวานกว่าเดิม



อย่าคิดว่าจีบเป็นกันแค่สองคนสิ

ฮึ!



“เป็นเพลงรักครับ...ว้าว พวกพี่หน้าแดงล่ะ”



“คนดี ถ้าน้องยังไม่หยุดล้อพี่จูบนะ”

“เดี๋ยวป้อนค็อกเทลให้ด้วยปากเสียเลย”



มือใหญ่ของนางิจับคางอิซางิไว้ ส่วนเรโอะก็จับมือเรียวขึ้นมา ดวงตาคมวาววับเหมือนจะกลืนอิซางิลงท้องเสียให้ได้



หน็อย!

ไม่ว่ายังไงสองคนนี้น่ะ...ก็ร้ายกาจกันจริงๆ นั่นล่ะ!



..........



ปกติเขียนแต่นางิกับเรโอะร่วมมือกันจีบยจจัง ตอนนี้เลยลองให้ทั้งคู่แอบหยุมกันนิดหน่อยค่ะ 555 แต่สุดท้ายก็ร่วมมือกันอยู่ดีแหละเนอะ ^^

ฟิคนี้เคยลงเป็นฟิคเธรดในทวิตกับบลูสกายไปแล้วค่ะ แต่ว่าเอามาเพิ่มดีเทลรายละเอียดให้เยอะขึ้นกว่าเดิมมากๆ อ่านให้สนุกกันน้าาาา




ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงปล่อย อย่าลืมรักษาสุขภาพและพักผ่อนเยอะๆ กันด้วยน้าาาา










投稿にいいねする


© 2026 Privatter All Rights Reserved.